See-pheasantfarm.com 

      ฟาร์มไก่ฟ้า   0818534789


                                          
 

 

 

My marquee text

 


ไก่ฟ้าสายพันธุ์ไทย

 



 

 

นกยูงไทย 

 


ลักษณะทั่วไป


     เป็นนกขนาดใหญ่มาก ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหาง

ประมาณ 102 - 245 เซนติเมตร

 ทั้งเพศผู้และเพศเมียมีหงอน

เป็นพู่สีเหลืองชี้ตรงอยู่บนหัวต่างจากนกยูงอินเดียซึ่งเป็นรูปพัด

 บนหัวและคอเป็นขนสั้น ๆ สีเขียวเหลือบน้ำเงิน

หน้ามีสีฟ้า ดำ และเหลือง ขนคอ หน้าอกและหลังตรงกลาง 

ขนมีเหลือบน้ำเงินแก่ล้อมด้วยสีเขียวและสีทองแดง

 นกยูงตัวผู้มีแพนขนปิดหางยาวหลายเส้น ตรงปลายมีดอกดวง

 "แววมยุรา" ตรงกลางดวงมีสีน้ำเงินแกมดำ

อยู่ภายในพื้นวงกลมเหลือบเขียว ล้อมรอบด้วยรูปไข่สีทองแดง

 เมื่อนกยูงรำแพนจึงเป็นรูปพัดขนาดใหญ่

มีสีสันสวยงามมาก นกยูงตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้เล็กน้อย 

และมีเดือยสั้นกว่า

ขนของตัวเมียมักมีสีน้ำตาลแดงแทรกอยู่เป็นคลื่น
       

ถิ่นอาศัย, อาหาร


     นกยูงมีการกระจายพันธุ์ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย

 ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน

 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาะชวา

ในประเทศไทยพบในภาคเหนือและภาคตะวันตก

  นกยูงกินทั้งพืชและสัตว์ ได้แก่

เมล็ดหญ้า เมล็ดของไม้ต้น ธัญพืช ผลไม้สุก แมลง ตัวหนอน 

ไส้เดือน งู และสัตว์ขนาดเล็ก

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์

     นกยูงอาศัยตามป่าทั่วไปในระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร

จากระดับน้ำทะเล พบอยู่เป็นฝูงเล็กๆ

หลังช่วงฤดูผสมพันธุ์มักพบตัวเมียอยู่กับลูกตามลำพัง 

มักออกหากินในช่วงเช้าและบ่าย ตามชายป่าและริมลำธาร

 ตอนกลางคืนมักจับคอนนอนตามกิ่งไม้ค่อนข้างสูง

 การเกี้ยวพาราสีกันของนกยูงเริ่มเมื่อนกยูง

ตัวเมียหากินเข้าไปดินแดนของนกตัวผู้ ตัวผู้จะร่วมเข้าไปหากินในฝูงด้วย

 และแสดงการรำแพนหาง

กางปีกสองข้างออกพยุงลำตัว ชูคอขึ้นแล้วย่างก้าว

เดินหมุนตัวไปรอบ ๆ ตัวเมีย

การรำแพนหางจะใช้เวลาประมาณ 5 - 10 นาทีตัวเมียพร้อมที่จะผสมพันธุ์

จะย่อตัวลงให้ตัวผู้ขึ้นผสมพันธุ์

นกยูงทำรังบนพื้นดินตามที่โล่งหรือตามซุ้มกอพืช

 อาจมีหญ้าหรือใบไม้แห้งมารองรัง วางไข่ครั้งละ 3 - 6 ฟอง

 เริ่มฟักไข่หลังจากออกไข่ฟองสุดท้ายแล้ว โดยใช้เวลาฟักทั้งสิ้น 26 - 28 วัน

 ลูกนกแรกเกิดมีขนอุยคลุมทั่วตัว

 สามารถยืนและเดินตามแม่ไปหาอาหารได้ทันทีที่ขนแห้ง 

โดยลูกนกจะตามแม่ไปหากิน

ไม่น้อยกว่า 6 เดือน จากนั้นจึงหากินตามลำพัง


สถานภาพปัจจุบัน

     นกยูงในป่าธรรมชาติค่อนข้างหายาก และปริมาณน้อย นอกจากบางแห่ง

 เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ที่ยังพบได้บ่อย และปริมาณปานกลาง

 


 

 

                      

 

Silver Pheasant 

ไก่ฟ้าหลังขาว(หลังเงิน)


ลักษณะทั่วไป


     ไก่ฟ้าหลังขาว เป็นนกขนาดกลาง - ใหญ่ ความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง

 ประมาณ 50 - 125 เซนติเมตร

 ในประเทศไทยพบ 2 ชนิดย่อย คือ ไก่ฟ้าหลังขาว และไก่ฟ้าหลังขาวจันทรบูร 

ตัวผู้มีขนหงอนบนหัวสีน้ำเงินแก่ยาวคลุมท้ายทอย

ใบหน้ามีแผ่นหนังสีแดง ขนตอนบนของลำตัวส่วนใหญ่และปีกสีขาววาวเหมือนเงิน

 มีลายเป็นเส้นบาง ๆ สีดำเป็นรูปตัววี (V)

อยู่บนขน ตัวเมียมีขนหงอนบนหัวสีน้ำเงินแก่เหมือนกัน

 แต่มีเพียงเล็กน้อยพอสังเกตเห็นเท่านั้น

ขนตามตัวส่วนใหญ่สีน้ำตาลคล้ำ แข้งสีแดง ไม่มีเดือย 
      
ถิ่นอาศัย, อาหาร


     พบในจีน พม่า ไทย อินโดจีน ในประเทศไทยพบทาง ภาคตะวันตก 

ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก 

  อาหารได้แก่ เมล็ดพืช ดอกหญ้า ใบไม้ ผลไม้ แมลง ตัวหนอน ไข่มด


พฤติกรรม, การสืบพันธุ์

     ชอบอาศัยอยู่ตามป่าเขา หากินเป็นคู่ ๆ ไม่ชอบอยู่เป็นฝูงเหมือนไก่ป่า

 หากินตอนเช้าและพลบค่ำ

 ในเวลากลางคืนจะจับคอนนอนตามกิ่งไม้ หรือกิ่งไผ่

  เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 3 ปี วางไข่ครั้งละ 4 - 6 ฟอง

ระยะฟักไข่นาน 23 - 24 วัน โดยตัวเมียฟักไข่เพียงตัวเดียว

 ลูกนกแรกเกิดมีขนอุยปกคลุมทั่วตัว

เมื่อขนแห้งก็เดินตามแม่ไปหาอาหารกินได้เลย



ไก่ฟ้าจันทบูรณ์(หลังดำ)

 SILVER PHEASANT

 ( Lophura nycthemera lewisi)


 แถบจังหวัดจันทบุรี และตราด

ลักษณะนิสัย    อาศัยอยู่ตามป่าเบญจพันธุ์ และป่าดงดิบ

เขาที่มีป่ารกทึบ ชอบออกหากินในบริเวณที่โล่งในป่าหรือตามทางขนาดเล็กในป่า

การสืบพันธุ์    จับคู่ผสมพันธุ์ราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม

ทำรังวางไข่ตามพื้นป่า วางไข่ครั้งละ 3-4 ฟองใช้เวลาฟักไข่นาน 23 วัน

อาหาร    แมลง ผลไม้บางชนิด

 





 

ไก่ฟ้าหน้าเขียว

           

 

Crested Fireback(Crested Fireback Pheasant)

: Lophura ignita


ลักษณะทั่วไป


     เป็นนกขนาดกลาง ความยาวลำตัว 55 - 70 เซนติเมตร

 ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยตัวผู้มีขนหงอนบนหัว

ขนที่คอหน้าอกและหลังตอนบนมีสีเหลือบเขียวอมน้ำเงิน

ส่วนล่างของหลังมีสีแดงแกมน้ำตาล ขนหางคู่กลาง 2 คู่มีสีขาว

คู่ต่อมาครึ่งด้านในเป็นสีขาว ครึ่งด้านนอกเป็นสีดำ คู่ต่อ ๆ มาสีดำ

ส่วนตัวเมียขนส่วนใหญ่มีสีน้ำตาลแกมแดง

ขนใต้ท้องสีน้ำตาลแกมดำมีขอบขาว
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร


     พบในป่าดงดิบที่เป็นป่าต่ำ ไม่ชอบออกหากินตามป่าโปร่งหรือที่โล่งเตียน

ชอบอยู่ป่าต่ำมากกว่าป่าสูง มีถิ่นกำเนิดตอนใต้

ของเทือกเขาตะนาวศรี ภาคใต้ของไทยตลอดจนถึงมาเลเซียและสุมาตรา

 ในประเทศไทยมีเฉพาะภาคใต้เท่านั้น 

 อาหารได้แก่ แมลงต่าง ๆ ตัวหนอน ยอดหญ้า พืชอ่อน ๆ

 เมล็ดพืช และผลไม้บางชนิด

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์


     ไก่ฟ้าหน้าเขียวอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ มีตัวผู้เป็นจ่าฝูง

หากินตอนกลางวันตามป่าดงดิบชื้นที่ทึบในระดับที่ไม่สูงมากนัก

อาจพบใกล้ลำธาร ไม่ค่อยออกมาในที่โล่ง เมื่อเห็นศัตรูจะวิ่งหนีเข้าซ่อนตามพุ่มไม้

 บางครั้งจะบินหนีไปใกล้ ๆ แล้วลงเดินวิ่งต่อไป 

ผสมพันธุ์ประมาณเดือนเมษายน - มิถุนายน ทำรังใต้พุ่มเตี้ย ๆ ที่รกทึบ

ทำรังด้วยใบไม้และใบหญ้าแห้ง ๆ วางไข่ครั้งละประมาณ 4 - 8 ฟอง

ตัวเมียจะฟักไข่หลังจากออกไข่ฟองสุดท้ายแล้ว

 ใช้เวลาฟักไข่ทั้งสิ้น 24 - 25 วัน ลูกไก่ฟ้าหน้าเขียว

แรกเกิดมีขนอุยคลุมทั่วตัว เมื่อลืมตาลุกขึ้นยืนเดินได้

ก็จะเดินตามแม่ไปหาอาหารได้หลังออกจากไข่ 3 - 4 ชั่วโมง

สถานภาพปัจจุบัน


     ไก่ฟ้าหน้าเขียว เป็นนกประจำถิ่น ที่ในปัจจุบันตามธรรมชาติหาได้ยาก

และมีน้อยมาก พบเฉพาะทางภาคใต้

 


ไก่ฟ้าพญาลอ

 

 

Siamese Fireback

(Siamese Fireback Pheasant)

: Lophura diardi


ลักษณะทั่วไป
     เป็นนกขนาดกลาง - ใหญ่ ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหาง

ประมาณ 60 - 82 เซนติเมตร มีสีสันสวยงามมาก

 ตัวผู้หัวสีน้ำเงิน ขนหงอนมีลักษณะคล้ายใบพายและมีสีน้ำเงินเช่นเดียวกัน

 แต่จากท้ายทอยลงมาถึงหลังและปีกมีสีเทา

 เมื่อกางปีกออกจะเห็นหลังตอนท้ายซึ่งมีสีเหลืองอมแดงวาว

 ลำตัวตอนล่างสีน้ำเงินจาง หางสีน้ำเงินดำวาวตลอดหาง

ตัวเมียมีขนเป็นสีน้ำตาล แต่ปีกเป็นสีน้ำตาลดำมีลายขวางสีขาว

ขนหงอนบนหัวสีน้ำตาลแก่ ทั้งตัวผู้

ตัวเมียขามีสีน้ำตาลเข้ม หน้าและเหนียงเป็นแผ่นหนังสีแดง

 ตัวผู้จะยืดเหนียงออกมายาวเมื่อเวลาเกี้ยว

พาราสีตัวเมียทำให้ดูสวยงามมาก 
      
ถิ่นอาศัย, อาหาร


     มีถิ่นกำเนิดทางภาคใต้ของแคว้นอัสสัม อินโดจีน ไทย กัมพูชา

ลาว เวียดนาม สำหรับประเทศไทยพบทางภาคเหนือ

 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เ

อาหาร

ได้แก่ เมล็ดพืช ผัก ผลไม้ แมลง ไข่มด และตัวหนอน

 โดยการคุ้ยเขี่ยตามพื้นดินแล้วใช้ปากจิกหาอาหาร

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์


     ชอบอยู่เป็นคู่ หรือครอบครัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่ตามป่าที่รกทึบ หรือ

ป่าไผ่ไม่ชอบที่โล่งแจ้ง ไม่ค่อยตื่นคน ทำให้มองเห็นได้ง่าย

 หากินในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนมักจะจับคอนนอนตามกิ่งไม้

ไก่ฟ้าพญาลอบินได้ดีพอสมควร

แต่ไปไม่ไกลและไม่สูงนัก ไก่ฟ้าพญาลอเมื่ออายุเข้าปีที่ 3

จึงเริ่มผสมพันธุ์ได้ ผสมพันธุ์ช่วงฤดูร้อน

ทำรังบนพื้นดินที่เป็นแอ่งตื้นใต้พุ่มไม้หนา ปูด้วยใบไม้ใบหญ้า

บางครั้งอาจวางไข่ตามโพรงหรือซอกไม้

ออกไข่ครั้งละ 5 - 8 ฟอง ไข่วันเว้น 2 วัน ระยะฟักไข่ 24 - 25 วัน

สถานภาพปัจจุบัน

     เป็นนกประจำถิ่น หายาก พบได้น้อย


 


ไก่จุก

Rollulus

ลักษณะไก่จุกมีลำตัวกลม หางสั้น ยาว 25 ซม. เพศผู้ใหญ่กว่าเพศเมียเล็กน้อย

ทั้งสองเพศมีหนังสีเลือดหมูรอบดวงตา

ขาแดงไม่มีเดือยเพศผู้มีสีเขียวเหลือบด้านบน ด้านล่างเป็นสีน้ำเงินเข้ม

มีแผงปีกสีน้ำตาลอ่อน หัวมีแผงหงอนยาวสีแดง

กระหม่อมด้านหน้ามีสีขาวและมีขนพู่สีดำยาว

เพศเมียมีขนสีเขียวถั่ว ปีกสีน้ำตาล หัวสีเทาดำและมีขนพู่สีดำยาว

ปากสีดำพฤติกรรม ไก่จุกมักหากินตัวเดียวหรือเป็นคู่บนพื้นดิน

กินผลไม้ เมล็ดพืช และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง

เป็นอาหาร หากตกใจจะวิ่งหนีหรือโผบินในระยะใกล้ๆได้

ไก่จุกจะทำรังบนพื้นซ่อนตัวอยู่ภายใต้กองเศษซากใบไม้

ออกไข่ห้าหรือหกใบ มีสีขาว ฟักใน 18 วัน ไก่จุกจะต่างจากทั่วไป

โดยพ่อแม่จะป้อนอาหารให้ลูกจากปากสู่ปากแทนที่

จะจิกกินบนพื้นแบบไก่อื่น และไก่จุกจะนอนในรังเมื่อยังเล็ก

 ไก่ฟ้าไทย ตระกูล Lophura   ไก่ฟ้าหลังเทา  ไก่ฟ้าหลังขาว 

 ไก่ฟ้าหน้าเขียว  ไก่ฟ้าพญาลอ   นกยูงไทย  ไก่จุก 

คงเป็นข่าวดีสำหรับกลุ่มผู้อนุรักษ์เพาะเสี้ยงสัตว์ป่า

ที่ไม่ต้องเลี้ยงกัน หลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป และยังสามารถเพาะ

ขยายพันธุ์ไปในเชิงการค้าได้  ก็สามารถเสี้ยง และทำเป็นธุรกิจได้